23.8.53

สมาคมตัวแทนติดอาวุธนักขายใช้จุดอ่อนกม.ภาษีขายแข่งแบงก์

สมาคมตัวแทนประกันชีวิตฯ เกาะติดเทรนด์ใหม่ เปิดหลักสูตรใหม่อบรมตัวแทนหวังติดอาวุธตัวแทนขายแข่งแบงก์ งัดจุดอ่อนช่องโหว่กม.ภาษี
เจาะตลาดรายบริษัทจูงใจให้นำเงินปันผลมาซื้อประกันชีวิตให้ผู้บริหาร เพื่อเป็นสวัสดิการได้ใจคนทำงาน

นายบรรยง วิทยวีรศักดิ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินเปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯ ได้เปิดอบรมหลักสูตรใหม่ “Key Man Protection” ให้กับตัวแทนของแต่ละบริษัทประกันชีวิตที่สนใจเข้ารับการอบรมในอัตราค่าอบรมหลักสูตรละ 3,000 บาท โดยใช้เวลาอบรมหนึ่งวัน ปรากฏว่า เป็นที่ฮือฮาและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมาก โดยได้จัดสอนไปแล้ว 3 รุ่นๆ ละ 50 คนด้วยกัน แบ่งเป็นกทม. 2 รุ่น และต่างจังหวัด 1 รุ่น สาเหตุที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นตัวทำยอดขายให้กับช่องทางขายประกันผ่านแบงก์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งบางแบงก์เคยใช้วิธีนี้ขาย จนได้เบี้ยถล่มทลายมาแล้ว หลังจากได้จัดให้มีวิทยากรอบรมพนักงานขายและเข้าไปเจาะตลาดประกันชีวิตผู้บริหารตามฐานข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในมือแบงก์อยู่แล้ว

ดังนั้นสมาคมฯคิดว่า หลักสูตรที่สมาคมฯ จัดอบรมครั้งนี้น่าจะเป็นการอบรมความรู้ใหม่ให้ตัวแทนเป็นนักวางแผนการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเนื้อหาหลักสูตรจะเป็นการอบรมการขายในลักษณะที่เรียกว่า Tax Evasion ซึ่งเป็นหนึ่งใน Tax Planning หรือพูดง่ายๆคือ การใช้ช่องว่างของกฎหมายในเรื่องของภาษีมาทำประกันชีวิตให้กับผู้บริหารองค์กร แทนที่บริษัทจะต้องจ่ายเงินปันผลให้กับผู้บริหารซึ่งจะต้องถูกหักภาษีอยู่แล้ว เพราะถือเป็นรายได้ผู้บริหาร บริษัทก็นำเงินปันผลส่วนนี้มาซื้อประกันชีวิตให้กับผู้บริหารหรือกรรมการของบริษัทแทน ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมขายสำหรับบริษัทประกันชีวิตในต่างประเทศกันมากเวลานี้

“วิธีนี้มันเหมือนกับบริษัทซื้อประกันหมู่ให้กับพนักงาน แต่อันนี้ไม่ใช่ เป็นการซื้อประกันหมู่ให้กับผู้บริหาร ซึ่งผลดีนอกจากจะเป็นการให้สวัสดิการและสร้างแจงจูงใจให้กับคนทำงานแล้ว ผู้บริหารเรียกว่าไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด แม้ว่า ผู้บริหารต้องเสียภาษีตัวนี้เพราะถือเป็นรายได้ แต่เขาก็สามารถนำเบี้ยประกันที่บริษัทซื้อไว้นี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่ผู้บริหารรายนั้นซื้อประกันชีวิตเป็นฉบับแรก โดยมันมีวิธีการของมัน ซึ่งตัวแทนที่ได้รับการอบรมจะรู้วิธีการ ขณะที่บริษัทก็สามารถนำเงินที่ซื้อประกันชีวิตให้ผู้บริหารมาตีเป็นค่าใช้จ่ายในการนำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกทางด้วย ซึ่งวิธีนี้จะเรียกว่าเป็นการยักย้ายถ่ายเทเงินของบริษัทไปสู่มือผู้บริหาร โดยผ่านการวางแผนภาษีอย่างหนึ่งก็ได้ ซึ่งเมืองนอกนิยมใช้กัน”นายกสมาคมตัวแทนฯกล่าวและว่า

จริๆแล้วเมืองไทยเราก็ทำเรื่องนี้มานานแล้ว แต่สรรพากรเข้มงวดมาก และจะไม่ยอมที่ผ่านมา เช่นอ้างว่า 1.ต้องมีรายงานการประชุมของบริษัทรับรอง 2.ถ้าทำประกันชีวิตให้ผู้บริหารแล้ว ก็ต้องทำให้กรรมการหรือผู้บริหารทุกคน และ3.จะต้องมีการทยอยหักค่าใช้จ่ายทุกเดือน จนครบ 12 เดือน ถ้ามันไม่ตรงเงื่อนไข สรรพากรก็จะไม่ยอม ซึ่งในหลักสูตรที่สมาคมฯจัดอบรมให้นี้จะมีวิธีการแนะนำให้หมด เพื่อไม่ให้ขัดต่อเงื่อนไขของสรรพากรแต่อย่างใด โดยสมาคมตัวแทนฯจะมีวิทยากรมือหนึ่งที่เชี่ยวชาญชำนาญในเรื่องวางแผนภาษีและเป็นที่ปรึกษาวางแผนการเงินเป็นผู้อบรมให้ตัวแทนไว้พร้อมสรรพในแต่ละรุ่นอยู่แล้ว และที่ผ่านมาตัวแทนรุ่นแรกที่ผ่านการอบรมก็ต่างประสบความสำเร็จ เพราะสามารถออกไปเสนอไอเดียขายลูกค้าบริษัทจนสามารถเก็บเบี้ยฯได้ทีหนึ่งเป็นล้าน โดยเบี้ยประกันของกรรมการคนหนึ่งจะตกรายละแสนบาทขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ถือเป็นแนวโน้มใหม่ของการขายลูกค้ารายใหญ่โดยผ่านช่องทางการขายตัวแทนที่ไปได้สวยทีเดียว
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 185 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2553