30.6.53

ออมเงินไว้เพื่ออนาคตที่มั่นคงดีกว่า


ผมเป็นคนที่ไม่ใช้เงินเกินตัว ไม่ยืมเงินใคร บัตรเครดิตก็จะใช้เท่าที่เรามีความสามารถที่จะจ่ายได้ พอได้เงินเดือน หรือเงินที่ได้จากการทำงานมาก็จะเก็บไว้ส่วนหนึ่ง แล้วก็ไม่ไปยุ่งกับมัน

ในโลกปัจจุบันนี้คนส่วนมากมีความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเหล่า นั้นได้รับการยอมรับก็คือ การใช้สินค้าแบรนด์เนมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอาง โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำให้คนเหล่านี้รู้สึกว่าได้รับการยอมรับจากสังคม บางคนที่มีการงานที่ดีฐานะทางบ้านดีอยู่ แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไรในการที่จะเข้าสังคมบางคนไม่มีแต่อยากมี วิธีที่ง่ายที่สุดในการที่จะมีเงินซื้อของเหล่านี้ก็คือ การใช้บัตรเครดิต อยากได้อะไรก็รูด อยากซื้ออะไรก็รูด จนเป็นหนี้บัตรเครดิตไม่รู้ตัว

“สยามธุรกิจ” มีโอกาสมาพูดคุยกับหนุ่มผู้มากความสามารถ จากนักเศรษฐศาสตร์ นักกฎหมาย และมาเป็นผู้ประกาศข่าว “กร เกียรติเฟื่องฟู” จะมาบอกเล่าถึงวิธีการออมเงินและการลงทุนในแบบของเขาว่าเป็นอย่างไร

เริ่มจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กรเล่าว่า “ผมเป็นคนที่ไม่ใช้เงินเกินตัว ไม่ยืมเงินใคร บัตรเครดิตก็จะใช้เท่าที่เรามีความสามารถที่จะจ่ายได้ พอได้เงินเดือน หรือเงินที่ได้จากการทำงานมาก็จะเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วก็ไม่ไปยุ่งกับมัน”

“ในเรื่องของการเก็บเงิน ตัวผมมีวิธีการเก็บเงินหลายวิธี เป็นเงินสดก็มีแต่น้อย แต่ส่วนมากผมจะเอาไปลงทุน ผมศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการลงทุน ได้รับเงินมาผมก็แบ่งเก็บไว้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เอาไปแบ่งกระจายไปในการลงทุนประเภทต่างๆ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ พันธบัตร หุ้นกู้ ประกันชีวิต ที่ผมลงทุน ในหลายประเภทเพราะมันเป็นการเซฟตัวเอง เวลาที่เรานำเงินของเราไปลงทุน เราก็ต้องเซฟเงินของเราด้วย อย่างเช่น ว่า ถ้าเราลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่าง เดียว ถ้าเกิดอยู่ดีๆ อสังหาฯ พัง เราก็เจ๊งหมด ผมก็เลยเลือกที่จะลงทุนในหลายประเภท”

เมื่อมีการลงทุนในหลายประเภท “กร” มีวิธีการจัดสรรการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดย “กร” บอกว่า “ในส่วนของการจัดการเรื่องการ ลงทุนของตัวผมเอง อย่างหุ้นผมจะแบ่งเป็น 2 แบบ ส่วนหนึ่งก็เล่นเองดูแลเองดูหุ้นที่พื้นฐานดี มีเงินปันผล อีกส่วนหนึ่งก็เอาไป ลงไว้ในกองทุน เพราะเราไม่มีเวลามา นั่งตามตลาดหุ้นตลอดทั้งวันต้องมานั่ง Buy-Sell เราไม่ใช่ Day trader ให้ผู้เชี่ยวชาญที่เค้าเก่งกว่าเรามาดูแลให้แทน ดีกว่า”

ถามถึงในส่วนของการออมเงิน “กร” เล่าว่า “การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรบ้าง ก็ควรที่จะเก็บเงิน ไว้เผื่อใช้เวลาจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพ เราไม่รู้ว่าเราจะไม่สบายเมื่อไหร่ เก็บไว้ใช้เวลามีเหตุฉุกเฉิน หรือเก็บไว้ในอนาคตเพื่อซื้อรถ ซื้อบ้าน มันดีกว่าที่เราได้เงินเดือนมาเท่าไหร่ก็ใช้หมดมันไม่ถูก บางคนที่ผมเห็น ซื้อของทุกอย่างที่อยากได้ผ่อนทุกอย่างหมด พอเงินเดือนออกยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็ถูกหักไปหมดแล้ว ยังไม่ทันได้ใช้ทำอะไรเลย มันเป็นการวางแผนที่ไม่ถูก”

“เมื่อต้องออมเงินแล้วทำให้เราใช้ เงินเป็น รู้จักวิธีการที่จะจัดการการเงินของ ตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆ ยังได้เงินจากพ่อแม่อยู่ เราก็ไม่ค่อยรู้จักค่าของเงิน แต่พอมาทำงานแล้ว ได้รู้ได้เห็นด้วยตัวเองแล้วว่าเงินมันหายาก เราก็ได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของเงิน”

สุดท้าย “กร” ก็ได้ฝากถึงเรื่องการ ออมว่า “พยายามออมเงินไว้ในระหว่างที่เรา ยังมีกำลังที่จะหาเงินได้ อย่าใช้เงินเกินตัว ผมเห็นมาหลายคนแล้ว ที่ใช้เงินเพราะความอยากได้ เป็นหนี้บัตรเครดิต เป็นหนี้ เพื่อน พอมันมากเกินก็เริ่มรับภาระไม่ไหวก็เครียด พอเครียดแล้วคราวนี้ปัญหาต่างๆ ก็จะยิ่งทับถม เครียดจากการทำงานแล้วยังต้องมาเครียดเรื่องหาเงินใช้หนี้อีก เครียดมากๆ เข้าก็ไม่สบายอีก เพราะฉะนั้นเราควรใช้เท่าที่เรามีใช้ อีกอย่างอย่าไปยึด ติดกับค่านิยม ต้องใช้มือถือยี่ห้อนั้น ใช้รถ ยี่ห้อนี้ เสื้อผ้าแบรนด์นั้น กระเป๋าแบรนด์นี้ อย่านึกถึงแต่ความสุขในตอนที่ได้มา แล้วต้องมาทุกข์ทีหลัง”

“กร” ใช้วิธีการลงทุนในหลายประ เภทเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และออมเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในยามจำเป็น แถมยังให้ข้อคิดถึงคนที่ใช้จ่ายเกินตัว ถือเป็นหนุ่มสมัยใหม่ที่มีความคิดในการวางแผนการเงินที่ดีอีกคนหนึ่งที่ควรยึดไว้เป็นแบบอย่าง

จากที่เกริ่นไว้ในตอนต้น การใช้จ่ายเงินเกินตัวเพื่อให้ได้ของที่อยากได้แต่ไม่จำเป็นนั้น ทำให้เรามีความสุขแค่ตอนที่ได้ มาเท่านั้น ออมเงินไว้เพื่ออนาคตที่มั่นคงดีกว่าที่จะต้องมานั่งทุกข์ใจกับหนี้บัตรเครดิต



ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ประจำวันที่ 17 พ.ค. 53