9.4.53

กรณีศึกษา:พิษแหนมนิ้วรง.เจ๊ง-ปิดกิจการแล้ว เสี่ยครวญโดนเซเว่นเลิกสั่งซื้อทั่วภาคใต้

photo  , 280x228 pixel , 10,823 bytes.

เจอวิกฤต แหนมนิ้ว เข้าไม่กี่วันเท่านั้น โรงงานแหนมยอดซวยประสบชะตาร้ายถึงกับเจ๊งทันตาเห็น ต้องปิดโรงงานไปเลย เจ้าของโรงงานครวญลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกออร์เดอร์หมด เหลือแต่รายเล็ก ขืนดันทุรังทำต่อไปก็ไม่คุ้ม เพราะมีคนงานเยอะถึง 30 คน ย้ำอีกนักเรียนสาวจากชุมพรโทร.ขอเงิน 5 หมื่น ฝ่ายนักเรียนผู้เสียหายสวนโดนใส่ร้าย ยืนกระต่ายขาเดียวไม่เคยรีดเงินจากโรงงาน แค่จะโทร.ไปแจ้งเหตุให้ทราบเท่านั้น ชี้ใครจะบ้าสร้างเรื่องถึงขนาดตัดนิ้วมาใส่แหนม ด้านผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่นสั่งยกเลิกซื้อแหนมเจ้าปัญหาทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ส่วนแพทย์ชุมพรชี้รออีกไม่นานก็จะรู้ผลดีเอ็นเอนิ้วปริศนา ด้านสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชี้พิสูจน์ดีเอ็นเอนิ้วคนในแหนมทำได้ เพราะแค่ผ่านกระบวนการหมักเท่านั้น

จากกรณีสยองขวัญผู้บริโภค น.ส.ทิพย์สุดา รอดคำ กับน.ส.สุดารัตน์ ฉิมนิกร นักเรียนคณะบัญชีปี 1 โรงเรียนชุมพรบริหารธุรกิจ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซื้อแหนมจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหลังสวน แล้วพบว่ามีปลายนิ้วคนพร้อมเล็บปนอยู่ในเนื้อแหนม เล่นเอานักเรียนดังกล่าวถึงกับอาเจียนรากแตก โดยมีการสืบสวนไปถึงโรงงานผลิตแหนมนิ้วคนดังกล่าว ชื่อโรงงานเยาวภา ตั้งอยู่ที่ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นทางโรงงานยอมรับว่ามีคนงานที่ถูกเครื่องบดเนื้อตัดนิ้วจริง แต่บาดแผลของคนงานที่บาดเจ็บแค่ส่วนปลายนิ้วนิดเดียว แสดงว่าไม่ใช่เจ้าของนิ้วในเแหนม จึงต้องมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอหาตัวเจ้าของนิ้วว่าเป็นใครกันแน่ ขณะที่โรงงานก็ยืนยันว่าทันทีที่เกิดอุบัติเหตุเครื่องตัดนิ้วคนงาน ก็เก็บแหนมที่กำลังผลิตทั้งหมดนั้นไปทิ้งทันที ตามข่าวที่เสนอมาตามลำดับนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ต.ค. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด(มหาชน) ได้ส่งหนังสือคำให้สัมภาษณ์นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ข้อความว่า ที่คุณทิพย์สุดา รอดคำ ระบุว่าไปซื้อแหนมมานั้น คือร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหลังสวน ชุมพร รหัสร้าน 1342 และทันทีที่บริษัทรับทราบข่าว บริษัทได้มีคำสั่งให้ระงับการสั่งซื้อแหนมจากโรงงานดังกล่าวทันที พร้อมกันนั้นได้ให้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาใน 14 จังหวัดภาคใต้ เก็บสินค้าดังกล่าวออกจากชั้นวางสินค้าทันที ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.2547 เวลา 16.00 น. บริษัทขอแสดงความเสียใจต่อคุณทิพย์สุดาต่อกรณีดังกล่าว ส่วนในอนาคตจะนำแหนมยี่ห้อนี้เข้ามาจำหน่ายในร้านอีกหรือไม่ บริษัทขอเรียนว่า มีนโยบายที่แน่ชัดในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะอนามัยเข้ามาจำหน่ายในร้าน โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร โดยกำหนดให้ผู้ผลิตสินค้าทุกรายจะต้องได้รับการรับรองจากอย. มีเลขที่อย.กำกับสินค้า และทางบริษัทมีหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตของผู้ผลิตตามหลัก GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตสินค้า โดยใช้เป็นหลักเกณฑ์มาตรฐานกับผู้ผลิตสินค้าทุกราย

สำหรับกรณีของคุณทิพย์สุดา บริษัทเข้าใจว่าเป็นการบกพร่องจากอุบัติเหตุในกระบวนการผลิต ซึ่งบริษัทได้ถอดถอนสินค้านั้นออกจากชั้นวางสินค้าทันที และระงับการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมโดยทันทีเช่นเดียวกัน สำหรับในอนาคตบริษัทยังคงยึดมั่นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการคัดเลือกผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด โดยเน้นที่กระบวนการผลิตที่ต้องได้มาตรฐาน และถูกสุขลักษณะอนามัยอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ดีและมีความปลอดภัยในการบริโภค หากเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการผลิตใดๆ ไม่ว่าจะเป็นของผู้ผลิตรายใด บริษัทจะระงับการสั่งซื้อและถอดสินค้านั้นๆออกจากชั้นวางสินค้าทันที จนกว่าผู้ผลิตรายนั้นๆจะผ่านการรับรองกระบวนการผลิตจากหน่วยงานกลางของรัฐบาล และได้ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด บริษัทจึงอาจจะพิจารณานำสินค้ากลับเข้ามาจำหน่ายต่อไป นายปิยะวัฒน์กล่าว

ทางด้านน.พ.ประภาส ศิริจิตรานุวัตร ผช.สสจ.ชุมพรกล่าวว่า ในขณะนี้กำลังรอผลพิสูจน์อย่างเป็นทางการจากสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่านิ้วที่พบในแหนมนั้นเป็นนิ้วคนหรือไม่ และเมื่อคนงานที่โรงงานปฏิเสธว่าไม่ใช่นิ้วของตนก็ต้องพิสูจน์ดีเอ็นเอต่อไป แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าจะดูขนาดตามภาพถ่ายหรือตามขนาดนิ้วที่พบในแหนมแล้วบอกว่าขนาดใหญ่เกินนั้น ไม่น่าจะบอกได้ เนื่องจากเนื้อของคน เมื่อเซลล์ตายก็จะมีอาการบวมพองใหญ่ขึ้นกว่าที่นิ้วที่ยังอยู่ที่มือ แต่วิธีการทางดีเอ็นเอจะพิสูจน์ได้ ชิ้นส่วนของนิ้วและแหนมได้มีการส่งไปทำการพิสูจน์ที่ละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช โดยจะทราบผลที่ชัดเจนว่าชิ้นส่วนนี้เป็นของใครในเร็วๆนี้

ส่วนน.ส.ทิพย์สุดากล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่เคยเรียกร้องเงินจากเจ้าของโรงงานแหนม เพียงแต่ต้องการสอบถามเหตุการณ์ และให้ใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น อีกทั้งคิดว่าน่าจะเป็นความรับผิดชอบของโรงงาน แต่เมื่อได้รับคำปฏิเสธ ก็ไม่ได้ติดต่อไปอีก และที่ไม่ได้เล่าให้นักข่าวฟัง ก็เพราะไม่ได้คิดจะเป็นข่าวในทุกกรณี เมื่อเจ้าของโรงงานระบุในทำนองใส่ร้ายตน ก็รู้สึกเสียใจ อีกทั้งยังมีการใส่เบอร์มือถือของตนลงในหนังสือพิมพ์ ทำให้ตนเองเดือดร้อนมาก เพราะกำลังอยู่ในช่วงสอบ จึงเครียด สับสน เพราะเมื่อเรื่องดังกล่าวเปิดเผย ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่กลับถูกใส่ร้ายจากผู้ที่เห็นแก่ตัว พยายามปฏิเสธความรับผิดชอบ ทั้งที่เห็นกันชัดๆว่ามีนิ้วคนในแหนม ยังปฏิเสธได้ อีกทั้งยังให้ลูกน้องออกมาปฏิเสธ ต่อไปนี้ตนจะไม่ให้ความเห็นอะไรอีก ขอสอบให้เสร็จก่อน และไม่คิดในเรื่องฟ้องร้องใครอีก เพราะรู้สึกว่าผู้ใหญ่ในสังคมไม่มีความละอาย ไม่มีความรับผิดชอบและบอกว่าเป็นการกระทำใส่ร้าย แล้วใส่ร้ายถึงขนาดตัดนิ้วนี้ไม่มีใครบ้าทำ แล้วผู้ใหญ่แบบนี้ปัดความรับผิดชอบโดยไม่มีการพิจารณาเลย

นายธีรชาติ ปางวิรุฬรัตน์ เลขานุการฝ่ายกฎหมายของนายสุวโรช พะลัง ส.ส.ชุมพร และทนายอาสา เพื่อให้ความช่วยเหลือกับน.ส.ทิพย์สุดาในด้านคดีที่นักเรียนกำลังประสบในเวลานี้กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจนักศึกษาที่พยายามทำตัวเป็นพลเมืองดี แจ้งเหตุที่พบแก่เจ้าของโรงงาน แต่กลับถูกปัดความรับผิดชอบ และยังใส่ร้ายเด็กอีก มิหนำซ้ำยังเผยแพร่เบอร์โทรศัพท์ของเด็ก ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่เด็ก และอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งถ้าในแง่ของกฎหมายอาจจะมีความผิดทางอาญาได้ ซึ่งก็พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับเด็กในทางกฎหมายต่อไป การเปิดเผยเรื่องดังกล่าวถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เป็นเรื่องที่ทางราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และโรงงานต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่มาใส่ร้ายเด็กขนาดนี้ เด็กนักศึกษาเพียงแต่ไปซื้อของแล้วพบเหตุการณ์ เมื่อแจ้งไปกลับถูกใส่ความอย่างรุนแรง ถือได้ว่าเข้าข่ายทำให้เสียชื่อเสียง ต่อไปในสังคมใครจะกล้าเปิดเผยเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ทางด้านนายนฤดล สุธิพันธ์ เจ้าของโรงงานแหนมเยาวภาเปิดเผยว่า เช้านี้มีเพื่อนๆและลูกค้าโทร.มาบอกว่าจะมีผู้จะฟ้องตนซึ่งทำให้ตนงงมาก ไม่ทราบว่าจะฟ้องอะไรตน

ผู้สื่อข่าวบอกว่ามีข่าวว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทที่ไปว่าเขาเรียกเงิน 5 หมื่นบาท นายนฤดลตอบว่า ยังไม่ทราบเลยว่าเป็นใคร เพราะได้พูดแต่ว่ามีคนโทรศัพท์มาเสียงใส ซึ่งได้ถามชื่อโรงงานแล้วสายขาดไป ต่อมาได้โทร.มาอีกแล้วให้ตนโทร.กลับ พอโทร.กลับก็คุยกันถึงเรื่องนิ้ว ซึ่งตนยังเข้าใจว่าเป็นประกันสังคม มานึกได้ตอนที่เสียงในโทรศัพท์บอกว่าหากเรื่องนี้มีการร้องเรียนจะเสียไหม ก็ตอบว่าเสียแล้วจะทำอย่างไร เขาตอบว่าจะขอเงินเป็นทุนการศึกษา ซึ่งเมื่อถามว่าเท่าไหร่ เขาก็บอกว่า 50,000 บาท

ผมยังถามเรื่องชื่อ ที่อยู่ และเบอร์บัญชี เขาก็ไม่บอก และยังบอกให้มาที่โรงงานด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมพูด ซึ่งเป็นเรื่องจริง และผมก็ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเล่น ใครมาขู่ผมก็ไม่ทราบ จนกระทั่งมาเกิดเรื่องเช่นนี้ และวันที่ผมเล่าให้สื่อฟังผมก็ไม่ได้เอ่ยนามไม่ได้เอ่ยชื่อ นายนฤดลกล่าว

นายนฤดลกล่าวอีกว่า วันนี้โรงงานต้องปิดลงเพราะตนไม่รู้ว่าจะส่งแหนมไปให้ใคร ลูกค้ารายใหญ่หยุดออร์เดอร์หมด เหลือเพียงรายเล็ก จะผลิตส่งก็ไม่คุ้ม เพราะคนงานมีเกือบ 30 คน หากทำน้อยแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายพนักงานสูงก็ไม่คุ้ม ซึ่งเรื่องหลักคือลูกค้ารายใหญ่ ตอนนี้พี่น้องก็กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งก็ยังคิดไม่ออกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ส่วนคนงานเขาก็ดีที่เข้าใจเรา เขาก็บอกว่าเปิดเมื่อไรก็ให้บอก เขาพร้อมจะมาทำงานกับเราต่อ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าคนงานได้รับอุบัติเหตุจากนิ้วจริง แต่ไม่ขนาดที่เป็นข่าว หากผมผิดผมก็ยอมรับผิดไม่รู้จะทำอย่างไร ผิดจริงเราก็ยอมรับกรรม ก็ขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้พูด ผมอยากจะขอโทษผู้ประกอบการแหนมทุกคนที่มีผลกระทบ ขอโทษทุกๆคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออก ไม่ทราบอะไรเกิดขึ้นกับผม หากเรื่องทั้งหมดจบลงผมเองก็จะต้องเจรจาหาลูกค้าเพื่อทำการค้าต่อ และไม่คิดที่จะไปฟ้องร้องกับใคร ขณะนี้ผมรอแต่ว่าเรื่องจะจบอย่างไรเท่านั้น จึงจะได้ทำมาค้าขายต่อ นายนฤดลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพในโรงงานแหนมเยาวภาวันนี้ เงียบเหงาไม่มีคนงานอยู่ คงมีแต่ญาติพี่น้องเจ้าของโรงงานที่นั่งอยู่ภายในบ้านพักด้วยใบหน้าเครียด

ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ต.น.พ.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์นิ้วมือที่ผสมอยู่ในแหนมที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้ว่า กระบวนการทางวิทยาศาสตร์สามารถนำนิ้วมือมาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของทั้ง 2 ฝ่ายได้ เพราะนิ้วที่พบในแหนมสดยังไม่ผ่านกระบวนการด้านความร้อน ผ่านแค่กระบวนการหมัก ดังนั้นดีเอ็นเอจึงไม่ถูกทำลาย สามารถนำมาตรวจพิสูจน์หาเจ้าของนิ้วมือได้ไม่ยาก ซึ่งกรณีแบบนี้หากเกิดเหตุในต่างประเทศผู้บริโภคสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทันที เพราะเป็นสินค้าที่ส่งขายให้กับร้านสะดวกซื้อ และมีฉลากระบุยี่ห้อชัดเจน แต่เป็นธรรมดาที่เจ้าของโรงงานผู้ผลิตจะไม่ยอมรับในความผิดพลาดจึงต้องมีการตรวจพิสูจน์ให้แน่ชัด หากตรวจสอบแล้วดีเอ็นเอจากนิ้วไม่ตรงกับดีเอ็นเอของพนักงานในโรงงานแหนม ก็ต้องยกประโยชน์ให้กับผู้ถูกกล่าวหา

น.พ.ชุมศักดิ์กล่าวอีกว่า สมัยนี้วิวัฒนาการการตรวจดีเอ็นเอแพร่หลายไปมาก กรณีที่เกิดขึ้นสามารถส่งตรวจกับสถานพยาบาลได้ทุกแห่ง ไม่จำเป็นต้องส่งมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบก็ได้ แต่อาจจะมีปัญหาว่าผู้เสียหายที่รับประทานแหนมผสมนิ้วมือเข้าไปได้แจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ และหน่วยงานใดจะเป็นผู้ร้องขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอ

สนใจทำประกันหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับProductsLiabilityInsurance-ประกันภัยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์:กรุณาติดต่อ คุณ เทพฤทธิ์ คลกลาง 089 173 1009 หรือ email:info@dreamsprotector.com หรือ billionaire0891731009@gmail.com ครับ

ดาวน์โหลดฟอร์ม>Application form