20.2.53

Establishing an Emergency Fund(การสร้างกองทุนฉุกเฉิน3-6 เท่าของรายจ่ายของครอบครัว)


เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งต้องนอนป่วยอยู่ 3 วัน ในระหว่างนั้นก็นอนคิดไปเรื่อยๆ ว่า ในชีวิตของคนเราก็มีเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดหลายเรื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่การเจ็บไข้ได้ป่วย อุบัติเหตุ การถูกไล่ออกจากงาน เพื่อนฝูงญาติพี่น้องต้องการความช่วยเหลือ ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด และมองต่อออกไปอีกว่า ถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นมาวันใดวันหนึ่งแล้วเราไม่มีเงิน ไม่มีสวัสดิการล่ะจะทำอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วในทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมาล้วนต้องใช้เงินเป็นตัวแก้ปัญหาทั้งสิ้น

ถ้ายามเจ็บป่วยเลือกได้ หลายท่านคงเลือกที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน เพราะไม่ต้องรอคิวนาน ได้รับบริการที่ดี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่แน่นอนครับบริการที่ดีย่อมมากับค่าใช้จ่ายที่สูง ขอยกจากประสบการณ์จริงของผู้ป่วยข้างๆ ที่ลงมาจ่ายเงินพร้อมๆ กันก็แทบจะเป็นลม อดที่จะตกใจไม่ได้เพราะค่าใช้จ่ายสูงถึงหนึ่งล้านแปดแสนบาท ถ้าเหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นกับตัวเราเอง ภาระดังกล่าวนี้ถ้าไม่ตกเป็นของเราเองก็ต้องเป็นภาระของญาติพี่น้อง

แน่นอนว่ากรณีเจ็บไข้ได้ป่วย เงินออมหรือเงินเก็บในระหว่างทางของการทำงานต้องถูกนำออกมาใช้เพื่อการนี้ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่กรณี หากใครที่ยังไม่ได้เตรียมตัวสำหรับภาระดังกล่าว คงต้องเตรียมตัวไว้บ้างในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน โดยปกติแล้วเงินออมกรณีฉุกเฉินนั้น มักจะคิดจากรายจ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน อาทิ ค่าผ่อน (เช่า) บ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต หรืออื่นๆ รวมกันกับรายจ่ายผันแปร ที่มีการจ่ายไม่แน่นอนแล้วแต่วาระ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร แล้วลองคิดรวมเป็นตัวเลขขึ้นมาดูสัก 1 เดือน จากนั้นคูณด้วย 6 นั่นล่ะครับน่าจะเป็นตัวเลขเป้าหมายของเงินออมเผื่อไว้กรณีฉุกเฉิน

แต่ถ้าตัวคุณเองมีรายได้ประจำหลายทาง มีรายได้ที่เป็นเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ปริมาณเท่าๆ กันจากทุกแหล่งรายได้ เช่น รายได้จากเงินเดือน จากงานพิเศษ ในปริมาณที่เท่าๆ กันหรือใกล้เคียงกัน ก็อาจจะเก็บเป็นเงินสำรองหรือเงินฉุกเฉินไว้สัก 3 เท่าของรายจ่ายต่อเดือนก็ได้ หรือถ้าเป็นสามี-ภรรยากัน และมีรายได้ที่แน่นอนทั้งคู่ ก็อาจสำรองเงินเผื่อฉุกเฉินไว้สัก 3 เท่าของรายจ่ายครอบครัวก็น่าจะเป็นการดี ภายใต้สมมติว่าจะไม่โชคร้ายตกงานโดยพร้อมเพรียงกันหรือใครอยากทำให้ง่ายเข้า ด้วยการเอา เงินเดือนคูณ 6 เป็นเป้าหมายเงินออมเผื่อฉุกเฉินไปเลย ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ชีวิตไม่ใช่เรื่องตลกที่จะปล่อยผ่านไปวันๆ โดยไม่คิดถึงอนาคต ตัวเราเองคงฝากชีวิตไว้กับใครไม่ได้นอกจากจะต้องดูแลและจัดการกับตัวเองก่อนคงไม่มีใครอยากจะเอาภาระของคนอื่นมาเก็บไว้กับตัวหรอกครับ


ที่มา : คอลัมน์ เรื่องเงินๆ ทองๆ
โดย จีรวัฒน์ ชนะเสรีชัย
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารสมาชิกและประชาสัมพันธ์ กบข.
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ประจำวันที่ 23 ม.ค. 53