20.2.53

เงินออมเท่าไหร่ถึงจะพอเมื่อเกษียณ

คำถามเด่นอีกคำถามที่คนมักจะถามนั่นคือ "เงินออมเท่าไหร่ถึงจะพอเมื่อเกษียณ" ก่อนอื่นจะต้องขอถามท่านกลับว่า "หลังเกษียณอายุท่านต้องการมีคุณภาพชีวิตเช่นไร" โดยจะขอยกตัวอย่างว่า หากท่านต้องใช้เงินเพื่อเป็นค่าอาหาร 3 มื้อ ตกวันละ 300 บาทท่านจะต้องใช้เงินเพื่อเลี้ยงดูตนเองเป็นจำนวน 109,000 บาทต่อปี และประมาณการว่าเมื่อเกษียณตอนอายุ 60 ปีท่านจะมีอายุยืนถึง 85 ปี เท่ากับว่าท่านจะต้องมีเงินเพื่อใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร 3 มื้อไปอีก 25 ปี หรือคิดเป็นเงินจำนวน 2,737,500 บาท แต่ในทางกลับกันหากท่านคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินถึงวันละ 300 บาทต่อวันแต่ใช้เพียง 100 บาทต่อวัน สำหรับค่าอาหาร 3 มื้อ เท่ากับว่าท่านต้องการมีเงินออมเพียง 912,500 บาทเท่านั้น

ที่ยกตัวอย่างง่ายๆ ดังกล่าวนี้ เพื่อจะให้ท่านได้เห็นว่า หลังจากเกษียณอายุไปแล้ว ตัวท่านเองต่างหากที่จะเป็นผู้ที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดว่า "เงินออมเท่าไหร่ถึงจะพอเมื่อเกษียณ" ทั้งนี้หมายถึงท่านจะต้องคิดวางแผนล่วงหน้าไว้ว่า ท่านต้องการทำอะไรหลังจากเกษียณอายุไปแล้ว เช่น ต้องการไปทำธุรกิจส่วนตัวต้องการลงทุนเพื่อทำเกษตรกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องการอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ต้องการท่องเที่ยวรอบโลก หรือไม่ต้องการทำอะไรเลย เมื่อท่านคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเมื่อเกษียณต้องการมีคุณภาพชีวิตขนาดไหนและต้องการทำอะไรบ้าง ท่านก็ต้องคิดกลับมาว่าจำนวนเงินที่จะต้องใช้ในตอนนั้นประมาณเท่าไหร่ แล้วก็เริ่มต้นลงมือวางแผนการเก็บออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งแน่นอนว่าการออมเพื่อการเกษียณเป็นการออมระยะยาวนับเป็นสิบๆ ปี ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นเรียนรู้ถึงวิธีการออม และการใช้เงินไปทำงานให้งอกเงย หรือการนำเงินไปลงทุนนั่นเอง นั่นเป็นเพราะ ศัตรูสำคัญที่สุดของเงินออม คือ "เงินเฟ้อ" นั่นเอง

เงินเฟ้อ หมายถึง ราคาข้าวของแพงขึ้นตัวอย่างเช่น เงิน 20 บาทที่เคยซื้อข้าวแกงได้ในวันนี้ แต่ถ้าท่านเก็บเงินไว้ที่บ้านเฉยๆ 20 บาทเท่าเดิม เวลาผ่านไปอีก10 ปี เงิน 20 บาทของท่านยังอยู่ แต่ก็อาจซื้อได้แค่ไข่ดาวหนึ่งใบเท่านั้น ไม่สามารถซื้อข้าวแกงได้ นั่นเป็นเพราะข้าวของแพงขึ้นทุกปีๆ หรือเรียกว่า เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นนั่นเองดังนั้น เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาเงินออมของเราไปฝากธนาคาร หรือนำไปซื้อพันธบัตร หากใครมีความรู้ความเข้าใจก็อาจเอาไปซื้อกองทุนรวมหรือแม้กระทั่งการลงทุนในหุ้น ก็เพื่อจะให้ได้ดอกเบี้ยตอบแทนเพิ่มขึ้นทบกับเงินต้นของเราในลักษณะทบต้นทบดอก ก็เพื่อให้เงินงอกเงยได้เพียงพอให้เรายังคงสามารถมีเงินพอซื้อข้าวแกงกินได้เหมือนเดิม

ดังนั้นการออมจำนวนเท่าไหร่เพื่อให้การเกษียณมีความสุข มีเงินใช้พอเพียงถ้าตามสูตรที่ฝรั่งแนะนำก็จะบอกว่า ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับแต่ดิฉันอยากบอกว่า เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของแต่ละคน เช่นมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเองแล้วหรือไม่ หรือต้องออกจากบ้านหลวงไฟ น้ำ ที่เคยไม่ต้องจ่าย ก็ต้องจ่ายเองหรือเปล่ามีลูกหลานอยู่อาศัยด้วยหรือไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบใด ที่สำคัญสุขภาพของท่านแข็งแรงหรือไม่ ฯลฯ ทุกอย่างนี้หมายถึง จำนวนเงินที่ท่านจะต้องมีไว้ใช้จ่ายให้พอหลังเกษียณนั่นเอง

เริ่มคิดถึงเรื่องการออมเพื่อการเกษียณที่ดี มีคุณภาพและความสุขของตัวเองได้แล้วตั้งแต่วันนี้โดยตั้งเป้าหมายในอนาคตไว้ให้ชัดเจน คิดถึงปัจจัยแวดล้อมและคิดย้อนกลับมาถึงปัจจุบันว่า ถ้าเราต้องการเช่นนั้น วันนี้เราจะต้องเริ่มต้นอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ในที่สุด วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะคะ


ที่มา : คอลัมน์ เงินทองต้องวางแผน
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ประจำวันที่ 18 ม.ค. 53