20.2.53

"อายุยืน" ข่าวดีและข่าวร้าย


สำหรับคนหลายคนที่จะต้องหยุดการทำงานในหน้าที่ตามปกติ อันเนื่องมาจากการเกษียณอายุราชการในเดือนนี้ หรือสำหรับภาคเอกชนก็จะเป็นปีปฏิทินในปีที่หน่วยงานนั้นๆ กำหนดอายุไว้ว่าจะต้องเกษียณอายุ ไม่ว่าจะเป็น 55 ปี 60 ปี หรือเลยไปถึง 65 หรือ 70 ปีก็ตาม แต่สำหรับคนทำงานวันหนึ่งก็จะต้องถึงวันที่เราจะต้องหยุดการทำงานของเราทุกคน

สิ่งที่ผู้คนจะต้องคิดพร้อมๆ ไปกับการเกษียณนั่นคือ "เราจะอายุยืนยาวเพื่อทำในสิ่งที่เราอยากทำมาตั้งนานแล้วเสียที" ไม่เชื่อไปถามใครที่จะเกษียณหรือลาออกก่อนกำหนดก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะตอบว่า อยากจะใช้เวลาทำสิ่งที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำหรือทำน้อยไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว ทำธุรกิจส่วนตัวที่เริ่มไว้อย่างจริงจัง พัก อ่านหรือเขียนหนังสือ ฯลฯ

ดังนั้นเมื่อเรามีอายุยืนยาวเพิ่มขึ้นนั่นย่อมแปลว่าเราก็ต้องแก่มากขึ้นพร้อมๆ กันไป สิ่งนี้เป็นสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย แต่ว่าการมีอายุยืนยาวนั้นเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือเราจะมีชีวิตยืนยาวเพื่อทำสิ่งที่เราฝันอยากทำได้อย่างสมใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นข่าวร้าย เพราะเราจะมีชีวิตยืนยาวได้อย่างไม่น่าอนาถเราต้องมี "เงิน" เพราะการมีชีวิตนั้นคือการใช้จ่ายไม่มากก็น้อยก็ต้องใช้จ่าย ยิ่งเราอายุยืนเท่าไหร่ ก็ต้องมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันที่ผู้คนอายุยืน 100 ปีได้ไม่ยาก เพราะการแพทย์และการใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิมนั่นเองนั่นหมายถึงเมื่อคุณเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี เท่ากับว่า คุณจะมีอายุไปอีก 4 ทศวรรษเลยทีเดียว

สถิติของฝรั่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอายุเฉลี่ยนั่นคือ ผู้หญิงคนหนึ่งถ้าปัจจุบันมีอายุถึง 70 ปีได้นั้น เมื่อวันที่ฉลอง 70 ปี นั่นหมายถึง ผู้หญิงคนนั้น (ด้วยสถิติ) จะเสียชีวิตตอนอายุ 87.4 ปีและถ้าผ่านวันเกิดปีที่ 80 ได้ คาดว่าจะเสียชีวิตตอน 90.6 ปี เหตุผลที่น่าสนใจคือ ถ้าคุณดูแลสุขภาพกายใจและมีชีวิตยืนยาวถึงเป้าหมายได้ คุณก็จะได้เวลาแถมเป็นโบนัสเพิ่มขึ้น นั่นเป็นเพราะการดูแลตัวเองที่ดีเหมาะสมกับตัวเองทุกช่วงอายุนั่นเอง

การมีอายุยืนยาว เป็นเรื่องที่เราต้องเริ่มคิดวางแผนให้ดีมากๆ เพราะสมัยนี้แต่ละครอบครัวก็ไม่อยากมีลูกหรือไม่อยากแต่งงาน ดังนั้นเด็กที่จะก้าวสู่การทำงานเพื่อทำหน้าที่เสียภาษีให้แก่รัฐ เพื่อให้รัฐมีงบประมาณใช้จ่ายนั้นก็จะลดลง รัฐก็จะไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ตลอดไป ประกอบกับปัจจุบันคนทำงานก็จะพบว่าพ่อแม่ที่เกษียณอายุแล้วก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าสมัยก่อน ดังนั้นคนทำงานในปัจจุบันที่มีอยู่จำนวนจำกัดนี้เป็นคนที่จะต้องรับผิดชอบสูงมากจะต้องทำหน้าที่ทำงาน เสียภาษี ดูแลและออมเงินเพื่อตนเอง และจะต้องดูแลพ่อแม่ที่อายุยืนยาว (มากกว่าสมัยก่อน) ของเราให้ดีอีกด้วย

เรื่องการมีอายุยืนนั้นเป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องยินดี ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่จะต้องกลัวด้วย เพราะถ้าเรากลัว เราจะเริ่มคิดเริ่มวางแผนอนาคตและวางแผนการเงินให้ดีด้วยวันนี้เรายังมีงานมีแรง มีเงิน เราควรคิดให้รอบคอบ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราเองจะมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆไม่ได้อีกต่อไป

ดังนั้น ขอเสนอสิ่งที่คุณควรลงมือทำเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต คือ ประการแรก ยอมรับว่าตัวเราเองต้องรับผิดชอบการเงินของเราเองไปจนเราตาย เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างแท้จริงประการที่สอง ไม่มีอะไรที่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณคิดได้แล้วและอยากเริ่มวางแผนขอให้เริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมๆ หรือความคิดที่ยังดีไม่พอให้อยู่กับความเป็นจริง และทำให้ดีขึ้นในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหารายได้ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย การแบ่งเงินเป็นส่วนๆ การหาความรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ และการลงทุนเป็นต้นประการที่สาม สร้างแผนงานของตัวเองที่เต็มไปด้วยสิ่งดีๆ ที่ปรารถนาจะทำในอนาคต (wish list) และประการสุดท้าย ลงมือทำทุกอย่างเดี๋ยวนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

คำคมน่าคิดสำหรับวันนี้ The Future belongs to those who prepare for it today. (Malcolm X 1925-1965) และขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับข่าวดีและข่าวร้ายด้วยการวางแผนรับมือไว้อย่างดีทุกคนนะคะ


ที่มา : คอลัมน์ เงินทองต้องวางแผน
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ประจำวันที่ 23 พ.ย. 52